Review: BIANGGA ฟื้นฟูผิว ชะลอวัย...

     เดี๋ยวนี้รอบตัวเรามีแต่สารพิษ มลภาวะ ที่พร้อมทำลายผิว และสุขภาพเราทั้งสิ้น ช่วงที่ผ่านมามี่ป่วยมากกก ทำให้รู้ว่า เราต้องดูแลตัวเองให้ดี เลยเริ่มหันมาศึกษาอาหารเสริมมากขึ้น เพื่อให้ผิวพรรณ และสุขภาพกลับมาแข็งแรงในเร็ววันค่ะ...วันนี้ผลิตภัณฑ์ที่จะนำมารีวิว คือ...

BIANGGA
Dietary Supplement Product
อาหารเสริม เบียงก้า

    มาดูจุดเด่นกันหน่อย....อาหารเสริม เบียงก้า ใช้สูตรโกงอายุ ล็อคอายุผิว เนื่องจากใช้สารสกัด "สเต็มเซลล์จากพืช 5 ชนิด" โดยศูนย์วิจัยเวชศาสตร์ชะลอวัยฟื้นฟู และซ่อมแซมเซลล์ จากประเทศ เยอรมณี โดยการเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อพืช เพื่อให้ได้ "สารสกัดพิเศษ" ส่งผ่านตัวเซลล์ผิว...ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เรียบเนียน ชุ่มชื้น ฝ้า กระ จุดด่างดำ ดูจางลง ผิวกระจ่างใส อ่อนเยาว์ขึ้นแม้พักผ่อนน้อย ผิวเหี่ยวย่นช้าลง 85% นอกจากนี้ยังช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ลดอาการตกขาว และอาการปวดท้องก่อนมีประจำเดือนได้ด้วยค่ะ...

    ด้าน Packaging เป็นกล่องโทนขาว ม่วง มีรูปสารสกัดหลักอยู่ด้านหน้า ด้านหลังเป็นคำอธิบาย รวมถึงบอกส่วนผสมค่ะ

     กล่องมีพลาสติกห่อมาอย่างดีค่ะ
เปิดกล่องออกมา เจอซองสีเงิน ภายในบรรจุแคปซูลสีขาว 10 แคปซูล




สรรพคุณ Biangga

1) Detox : 4 ระบบ ได้แก่ ผิวหนัง, ลำไส้, ตับ, และ กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวอมชมพูมีเลือดฝาด

2)Anti-aging : ฟิ้นฟูทุกปัญหาผิว ลงลึกระดับ เซลล์ช่วยให้ผิวแข็งแรงไม่แพ้ง่าย หน้าเป็นสิว ติดสารสเตียรอยด์รักษาหายได้ 

3) Plant Stem Calls: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ป้องกันการเสื่อมอายุเซลล์ รักษาฝ้า กระและ จุดด่างดำ ลดเลือนริ้วรอยควบคุมการเกิดความมันบนใบหน้า ปรับสมดุลฮอร์โมนคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า ฟื้นฟูร่างกายทั้งระบบ

4) Super Vitamin : ล็อคความชุ่มชื้น ลดการสร้างเม็ดสี ปกป้องผิวจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นทำให้ผิวไม่ไวต่อแดด ออกแดดผิวไม่แสบไม่คล้ำง่าย

เป็นสรรพคุณที่สามาถแก้ได้ทุกปัญหาเลยค่ะ ^O^

วิธีรับประทาน: 1-2 แคปซูลพร้อมอาหาร


  • 1 แคปซูล สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพทั่วไป และเสริมสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ (ทานวันละ 1 แคปซูล ก่อนนอนหรือพร้อมมื้ออาหาร)
  • 2 แคปซูล สำหรับผู้ที่ต้องการกู้คืนผิว ช่วยให้เห็นผลเป็นที่น่าพอใจเร็วขึ้น (ทานวันละ 2 แคปซูล ก่อนนอนหรือพร้อมมื้ออาหาร)
  • 3-4 แคปซูล สำหรับผู้ที่ต้องการกู้คืนผิวอย่างเร่งด่วนในเวลาจำกัด และปกป้องผิวจากแสงแดด (ทานวันละ 3-4 แคปซูลพร้อมมื้ออาหาร เช้า/กลางวัน/เย็น หรือก่อนนอน

ความรู้สึกหลังทานเบียงก้า:


    แผงแรงที่ทาน รู้สึกได้ว่า ท้องไส้ปั่นป่วน ขับถ่ายดีมาก...แนะนำสำหรับคนท้องผูก นางช่วยได้ 5555+ คือแผงนี้ เขาเน้น Detox เพื่อขับสารพิษ ของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ผิวพรรณกลับมาผ่องใสขึ้น มีออร่า  ฝ้า และกระดูจางลง ผิวเนียน นุ่ม เด้ง และชุ่มชื้นขึ้น...นอกจากนี้ยังทำให้รู้สึกว่าสบายตัว จิตแจ่มใส ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะฮอร์โมนรึป่าว เนื่องจากสรรพคุณของเบียงก้า ก็มีส่วนในการปรับสมดุลฮอร์โมนให้คงที่ด้วย ^O^

ข้อมูลเพิ่มเติม:

แอดไลน์ กดตามลิงค์นี้ได้เลยค่ะ👇
Line ID: @Biangga  หรือ กด  https://line.me/R/ti/p/%40biangga
ลิงค์เพจ http://facebook.com/bianggath
+++ ขอบคุณที่เข้ามาชมกันค่ะ+++
--------------------------------------------
ติดตามผลงานของมี่ได้ทาง...
IG: miieiie
Youtube: miieiie1
Twitter: miieiiem


Review: ครีมลดฝ้า ยกกระชับผิวหน้า GRETA

   วันนี้มี่จะมารีวิวผลิตภัณฑ์อีกตัวของ GRETA หลังจากที่ได้รีวิวสบู่ไปครั้งก่อนนะคะ บอกเลยว่าประทับใจกับสบู่เค้ามากๆ จนต้องรีบมารีวิวผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ชมกันค่ะ

GRETA ANTI MELASMA & FACIAL LIFT CREAM
เกรต้า แอนดตี้ เมลาสม่า แอด์ เฟเชี่ยล ลิฟท์ ครีม

ครีมป้องกันฝ้า และยกกระชับผิวหน้า
Liposome Delivery System Day & Night Cream


   ครีมตัวนี้น่าสนใจอยู่ที่นวัตกรรมที่เค้าใช้ เรียกว่า "Liposome Delivery" ค่ะ ก่อนรีวิวเรามาทำความรู้จักกับกระบวนการนี้กันก่อนดีกว่า...

   Liposome (ไลโปโซม) เป็นอนุภาคสารที่มีขนาดเล็ก ใช้คู่กับกระบวนการ Encapsulation (ห่อหุ้ม) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่นิยมใช้ในวงการแพทย์ชั้นสูง เป็นกระบวนการกักเก็บสารให้คงอยู่ในสภาพเดิมก่อนนำพาไปถึงเป้าหมายที่ต้องการให้สารออกฤทธิ์ ซึ่งปกติจะอยู่ใต้ผิวหนัง ถ้าครีมที่ไม่ใช้ Liposome Encapsulation แล้วละก็ เวลาผิวโดนแดด หรืออากาศ สารบำรุงก็จะระเหย และเสื่อมสภาพไปค่ะ...ยิ่งไปกว่านั้น Liposome มีอนุภาคเล็กมากๆทำให้สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดีกว่าครีมอนุภาคใหญ่ๆ นอกจากนี้ยังค่อยๆปล่อยสารที่กักเก็บออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวไม่เกิดการระคายเคืองหรือการแทรกซ้อนของสารสกัด ส่งผลให้ผิวเราได้รับประโยชน์จากครีมได้เต็มที่เลยค่ะ อันนี้ถือเป็นจุดเด่นของครีมเกรต้าเลยนะ เพราะครีมทั่วๆไป ยังไม่ได้ใช้นวัตกรรมแบบนี้ค่ะ
ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Liposome

   ต่อมาเรามาดูสารสกัดกันหน่อยดีกว่า เป็นครีม ออแกนิค 100% ปราศจากสารไฮโรควิโนน สารซัลเฟต สารอันตราย และ พาราเบน สารสกัดนำเข้าทุกตัวนะจ้าาาา มีมากกว่า 20 ชนิดกันเลย >>>
  • Kakaku Plum (คาคาคู พลัม) - Terminalia Ferdinandiana Fruit Extract คือผลไม้ภาคเหนือของออสเตรเลีย มี วิตามินซี สูงที่สุดในโลก (มากกว่าส้ม 50 เท่า) นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุและวิตามินอื่นๆ เช่น แมกนีเซีม และสังกะสี เป็นอาหารผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยปรับผิวให้ขาว กระจ่างใส อีกทั้งยังมี วิตามินอี ช่วยลดริ้วรอย และแผลเป็นจากสิวด้วย 
  • Coriander Oil (น้ำมันผักชี) - ช่วยกำจัดสิวเสี้ยน และสิวหัวดำ ลดการอักเสบ และดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า
  •  Bearberry Extract (สารสกัดแบเบอร์รี่) - ช่วยยับยั้งการผลิตเมลานินในผิวทุกประเภท จากการวิจัยพบว่า Bearberry ช่วยให้ผิวดูขาวขึ้นใน 7 วัน โดยไม่มีผลข้างเคียง และไม่ทำให้ผิวบอบบาง
  •  Turmeric Oil (ขมิ้น) - เป็นสมุนไพร มีฤทธิ์ต้านการอักเสบของผิว ลดจุดด่างดำ ป้องกันแบคทีเรีย และเชื้อราซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว นอกจากนี้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง
  • CoEnzyme Q10 - สารที่มีคุณสมบัติคล้ายวิตามินที่ได้จากพืช มีหน้าที่กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวให้ชะลอความแก่ ผิวไม่หมองคล้ำ และซีดจาง นอกจากนี้ยังกำจัดสารพิษได้อย่างดี
  • Hyaluronic Acid - ช่วยต่อต้านริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว และฟื้นฟูผิวชั้นนอกให้มีความนุ่มนวลมากขึ้น
  • สารสกัดเปลือกสน - มีสาร Proanthocyanidins (OPC) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่า วิตามิน ซี ถึง 20 เท่า และดีกว่า วิตามิน อี ถึง 50 เท่า ช่วยลดปัญหาสีผิวที่คล้ำไป เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ นอกจากนี้ยังยับยั้งการสลายตัวของคอลลาเจน และอิลาสติน จึงช่วยชะลอริ้วรอย ทำให้เส้นเลือดไหลเวียนดี ทำให้ผิวเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด
  • น้ำมันหอมระเหยเมล็ดแครอท - ช่วยขจัดสารพิษ และเพิ่มความชุ่มชื่น ช่วยยกกระชับผิวและลดจุดด่างดำ
  • Allantoin - เป็นสารสกัดจากรากพืช Omfrey ช่วยให้ผิวนุ่ม และกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่
  • สารสกัดจากชะเอมเทศ - มีสารประกอบไวท์เทนนิ่ง glabridin ช่วยปกป้องผิวโดยการดูดซับรังสี UVA & UVB ช่วยรักษารอยดำ รอยแผลเป็นจากสิว ช่วยลดการอักเสบ และการระคายเคืองของผิว และผื่นแดง
  • Aloe Vera - ว่านหางจระเข้ มีฮอร์โมน gibberellins และ polysaccharides ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ลดการอักเสบและอาการบวมแดง
  • Shea Butter - เพิ่มความชุ่มชื่น และลดการอักเสบของผิว
  • กรดโฟลิก หรือ วิตามิน B9 - ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ และกระชับ
  • สารสกัดจากเปลือกต้นวิลโลว์ (Salix Alba Back Extract) - มีสารเทนนิน ใช้ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดการอักเสบ การบวมแดงของผิว เปลือกของต้นวิลโลว์ ช่วยควบคุมความมัน ลดการอุดตันของรูขุมขน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่
  • Niacinamide หรือวิตามิน B3 - ช่วยลดรอยดำ
  • Burdock Root (Arctium Lappa Root Extract) - เป็นสมุนไพรที่ช่วยลดรอยดำ และสิว
  • น้ำมันลาเวนเดอร์สเปน (Rosmarinus Officianalis Leaf Oil) - ช่วยลดความมันส่วนเกินในผิว ลดอาการบวมแดง จุดด่างดำ และทำให้ผิวเนียนขึ้น
  • St John's Wort (Hyperium Perforatum Oil) - เป็นสมุนไพรที่มีสาร flavonoids ช่วยปกป้อง และดูแลผิวให้นุ่มนวล มีสุขภาพดี ให้ความชุ่มชื่น และลดริ้วรอย ใช้ได้กับทุกสภาพผิว
  • สารสกัดใบหม่อนเข้มข้น - ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ และความหมองคล้ำได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวยืดหยุ่นดี ต่อต้านริ้วรอย
  • Horsetail Extract - ช่วยให้ผิวกระชับ ยกกระชับรูขุมขน มีคุณสมบัติหลักอีกอย่างคือ ช่วยทำความสะอาดผิว ให้ความชุ่มชื่น และเหมาะกับผิวบอบบาง
  • Leuconostoc Radish Root Ferment Filtrate - ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวถึง 10%
สรุป: สรรพคุณของครีมตัวนี้ คือ ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ เผยผิวขาว กระจ่างใส ยกกระชับผิวหน้า และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น กระตุ้นเซลล์ผิวให้สร้างใหม่ ให้ผิวดูอ่อนวัย รวมถึงให้ความยืดหยุ่น สร้างคอลลาเจน ลดอาการบวมแดง และรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวค่ะ

    แค่เห็นส่วนผสม และสรรพคุณก็ตะลึงกันไปเลยใช่ไหมคะ อะไรจะเลิศเลอปานนี้ มาดูที่ packaging กันดีกว่าค่ะ...ยังคงความอลังการเช่นเคย กล่องกระดาษแข็ง เนื้อเรียบลื่น ด้านหน้า เป็นชื่อแบรนด์ และโลโก้ ด้านบนเป็นชื่อสรรพคุณค่ะ


เมื่อเปิดออกมา...เจอกรอปุกครีม ทรงแปลกตาวางอยู่ตรงกลาง มีช่องล็อคผลิตภัณฑ์เรียบร้อย 

 ปริมาณ 20 กรัม


เปิดฝาออกมา จะมีฝาปิดตัวครีม...เนื้อครีมสีชมพูเข้มข้น กลิ่นหอมอ่อนๆ ละมุนน้อยๆ



วิธีใช้: หลังล้างหน้า ทาครีมทั่วใบหน้า และรอบดวงตา ทุกๆเช้า และก่อนนอน การทาครีมแนะนำทาขึ้น เพราะจะช่วยเรื่องยกกระชับผิวหน้า

ความรู้สึกขณะใช้: เนื้อครีมสีชมพูมีความเข้มข้นสูง กลิ่นหอมอ่อนๆ เกลี่ยง่าย ซึมไวไม่เหนอะหนะ สามารถใช้แทน BB cream หรือ เบสแต่งหน้าได้ เนื้อครีมมีความคงตัว จึงช่วยให้เครื่องสำอางติดได้ง่าย และติดทนค่ะ


ความรู้สึกหลังใช้: รู้สึกว่าผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น...ในวันแรกๆที่ใช้ ผิวหน้ามีความชุ่มชื่นและกระชับขึ้น เมื่อใช้ไปประมาณ 7 วัน พบว่า รอยกละ และจุดด่างดำดูจางลง หน้าดูเรียบเนียน กระจ่างใสขึ้นค่ะ อีกอย่างที่ชอบของครีมกระปุกนี้ คือ กระปุกเดียวจบทุกปัญหา! คือใช้ได้ทั้งตอนเช้า และก่อนนอน แถมยังเป็นครีมบำรุงรอบดวงตาได้ด้วย ถูกใจมากค่ะ ^O^




ดูรีวิวสบู่ GRETA >>> Review: Greta สบู่ชาโคล~

ข้อมูลเพิ่มเติม:
line: @greta
Tel: 062-2698-263
FB: gretathailand1  และ Varisaun

+++ ขอบคุณที่เข้ามาชมกันค่ะ+++
--------------------------------------------
ติดตามผลงานของมี่ได้ทาง...
IG: miieiie
Youtube: miieiie1
Twitter: miieiiem

Review: สเปรย์ระงับกลิ่นเท้า DEOZONE (Aroma Therapy)

   เชื่อว่าหลายคนมีปัญหา "กลิ่นเท้า..." แต่ไม่ค่อยกล้าพูดถึง เพราะเป็นสิ่งหนึ่งที่น่าอาย และไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใคร...ปัญหานี้เกิดจากเท้าอับ เหงื่อออกแล้วหมักหมม เป็นที่สะสมของแบคทีเรีย/เชื้อรา เมื่อแบคทีเรีย ทำปฏิกิริยากับเหงื่อ จึงเกิดเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้น... ทำให้หลายๆคนสูญเสียความมั่นใจ เวลาที่ต้องถอดรองเท้ากันเลยทีเดียว ยิ่งถ้าอยู่ห้องแบบ apartment ด้วยแล้วนั้น เห้อ...จะเป็นลม...ทำไมมี่ถึงเข้าใจความรู้สึกคะ ? เพราะมี่ก็มีปัญหารองเท้าอับ มีกลิ่นเท้าเหมือนกันนะ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว มี่จะชอบใส่ถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบ คือ ใส่ทั้งวันไม่ได้ถอดเลย รองเท้าก็ไม่ได้จะระบายอากาศดี เลยทำให้ตกเย็นกลับบ้าน ถอดรองเท้า ถุงเท้าออกทีจะเป็นลม 555+ ดังนั้น วันนี้ค่ะ จะขอมารีวิวผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยลดปัญหาที่ทำให้เราสูญเสียความมั่นใจนี้กันค่ะ

DEOZONE foot spa & deodorant
 สูตร Aroma Therapy
สเปรย์ระงับกลิ่นเท้า ดีโอโซน สูตร อโรม่า เทอราพี

   โดยทั่วไป หลายคนเชื่อว่า การใช้สเปรย์ระงับกลิ่นเท้าจะช่วยกำจัดกลิ่นออกได้...อ่าว ทำไมมี่พูดงี้ ทั้งๆที่วันนี้ก็จะรีวิวสเปรย์ระงับกลิ่นเท้านะ...นั่นเป็นเพราะว่า สเปรย์ส่วนใหญ่ไม่ได้ช่วยกำจัดแบคทีเรียที่ฝ่าเท้า ที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นเท้า....แต่..... Deozone นั้นต่างออกไปนะคะ นางจะช่วยกำจัดแบคทีเรียที่ฝ่าเท้าได้ด้วย โดยใช้นวัตกรรมใหม่ ผสมผสานศาสตร์การรักษาด้วย Aroma Therapy ที่ได้ผล ประกอบกับใช้ส่วนผสมของ Tea Tree Oil Extract, สารสกัดจากธรรมชาตินำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย จึงทำให้สามารถกำจัดแบคทีเรีย และกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณในการดูแลเท้าให้แห้งสบาย ระงับเหงื่อได้ตลอดวันอีกด้วยค่ะ เริ่ดมากกกกกกก

    มาดูกันที่ packaging กันดีกว่า...จะบอกว่า มันไฮโซมากๆค่าาา กล่องเรียบหรู สีดำ มีความมินิมอล น้อยๆ แต่งาม...ด้านหน้า มี logo ของ แบรนด์ DEOZONE ตัวกล่องทำลาย ปั้มนูน เงา...ด้านล่าง บอกกลิ่น "Original"...พลิกมาด้านหลัง บอกถึงรายละเอียดต่างๆค่ะ

 จะเห็นได้ว่า แค่กล่องก็กินขาดแล้ว ปกติสเปรย์ระงับกลิ่นเท้าที่มี่เคยใช้ คือมาแต่กระป๋องกับฝา แค่เขย่าละฉีดเอง นี่อะไรคะ มาแบบ กล่องเลย WOWWWWWWW
     เมื่อเปิดกล่องออกมา มีที่ล็อกผลิตภัณฑ์ด้วยค่ะ! เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่า ผลิตภัณฑ์จะอยู่รอดปลอดภัย ไม่ชำรุดก่อนมาถึงมือเราแน่ๆ 555



สเปรย์ DEOZONE ใช้ได้ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย (UNISEX) ค่ะ


    ผลิตภัณฑ์เป็นขวดทรงกระบอกพลาสติก สีดำ หัวสเปรย์ มีฝาพลาสติกใสปิดหัวสเปรย์ค่ะ...คือดีย์งาม เป็นสเปรย์ระงับกลิ่นเท้าที่ฉีกกฏสเปรย์แบบเก่าๆ เพราะเมื่อก่อนที่เคยใช้มา จะเป็นขวดกระป๋องเหล็กอ่ะเทอออ *0* ยิ่งไปกว่านั้น ขนาดของขวดไม่ใหญ่มาก จึงสามารถพกพาได้สะดวกด้วยค่ะ

วิธีใช้:
1. ทำความสะอาดเท้า
2. เช็ดให้แห้ง
3. ฉีดสเปรย์บนหลังเท้าและฝ่าเท้า
4. ถูเท้าทั้งสองข้างเข้าด้วยกันจะทำให้สเปรย์ซึมและแห้งไวขึ้น
5. สวมถุงเท้าและใส่รองเท้าได้เลย




ความรู้สึกขณะใช้: กลิ่นของสเปรย์ไม่ฉุน ฉีดใช้ได้ง่าย เพราะเป็นฝาหัวสเปรย์ กดก็ออกเลย...

ความรู้สึกหลังใช้: สเปรย์แห้งไว ไม่เหนอะหนะ รู้สึกเท้าสดชื่น เย็นสบาย นอกจากนี้เวลาใส่ถุงเท้า หรือรองเท้าอับ รู้สึกว่าเหงื่อออกน้อย เท้าจึงไม่อับ และไม่เหม็นด้วยค่ะ

 *Tips* สำหรับรองเท้าที่มีกลิ่นอับ สามารถฉีดสเปรย์เข้าไปในรองเท้าได้เลย แล้วทิ้งให้แห้งก่อนใส่ เพื่อฆ่าเชื้อโรคและกำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์


ข้อมูลติดต่อ:
FB: Deozone ก้าวไปอย่างไร้กังวล




+++ ขอบคุณที่เข้ามาชมกันค่ะ+++
--------------------------------------------
ติดตามผลงานของมี่ได้ทาง...
IG: miieiie
Youtube: miieiie1
Twitter: miieiiem


Instagram

Powered by Blogger.